PCC Dallas Medical รู้จักกับโรคละเมอแชต ที่คนรุ่นใหม่ไม่ควรมองข้าม!

รู้จักกับโรคละเมอแชต ที่คนรุ่นใหม่ไม่ควรมองข้าม!

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในปัจจุบันทุกคนต่างต้องมีโทรศัพท์มือถือกันอย่างแน่นอน เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวันได้มากกว่าเดิม และคนส่วนใหญ่เริ่มติดมือถือกันมากยิ่งขึ้น จึงทำให้มีโรคละเมอแชตขึ้นมา ซึ่งโรคนี้จะหมายถึงพฤติกรรมที่มีการใช้โทรศัพท์เพื่อตอบข้อความ หรือส่งข้อความไปหาผู้อื่นขณะนอนหลับ โดยโรคนี้จะถือเป็นหนึ่งในความผิดปกติที่เรียกว่าการละเมอนั่นเอง ดังนั้นผู้ที่มีอาการลักษณะนี้จะไม่รู้ตัว และจำไม่ได้ว่าเคยส่งอะไรไป เพราะฉะนั้นไปดูกันเลยว่า โรคนี้มีอาการอย่างไร และมีวิธีรับมืออย่างไรบ้าง

ทำความรู้จักกับโรคละเมอแชต

ปกติแล้วอาการละเมอจะถือเป็นความผิดปกติในด้านการนอนหลับชนิดหนึ่ง แต่โรคละเมอแชตจะถือเป็นโรคใหม่ ที่เพิ่งมีมาไม่นานนี้ โดยอาการของโรคนี้จะเป็นการส่งข้อความไปหาผู้อื่นขณะที่เรายังนอนหลับอยู่ ส่วนใหญ่แล้วผู้ที่เกิดอาการละเมอแชตมักจะเกิดขึ้นในผู้ที่มีโทรศัพท์อยู่ใกล้ตัวขณะนอนหลับ ผู้ที่ติดโทรศัพท์หนัก ๆ หรือผู้ที่ได้ยินเสียงแจ้งเตือนแล้วต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู และถึงแม้ว่าสาเหตุของการเกิดโรคนี้อาจจะยังไม่ชัดเจนเท่าไหร่นัก และอาจจะเกิดขึ้นในช่วงกึ่งหลับกึ่งตื่น แต่ก็ถือเป็นโรคที่ไม่ควรเกิดขึ้นกับเรานั่นเอง

วิธีป้องกันโรคละเมอแชตอย่างไรให้เหมาะสม

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นแล้วว่า อาการละเมอจะถือเป็นความผิดปกติ ยิ่งละเมอแชตด้วยแล้ว จะทำให้เห็นว่าเราติดโทรศัพท์มากเกินไป ดังนั้นไปดูกันเลยว่า วิธีป้องกันโรคละเมอแชตอย่างเหมาะสม จะมีวิธีอย่างไรบ้าง

  • หลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์มือถือก่อนนอน โดยอาจจะต้องปิดเสียง หรือปิดเครื่อง เนื่องจากอาจจะเกิดเสียงแจ้งเตือนดังรบกวนขณะนอนหลับได้นั่นเอง
  • ปรับห้องนอนให้มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการนอนหลับ โดยห้องนอนที่เหมาะสมจะต้องเงียบ มืด และมีอุณหภูมิที่เหมาะสม
  • หลีกเลี่ยงการกินอาหาร หรือดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนก่อนนอน
  • ออกกำลังกายเป็นประจำ เนื่องจากการออกกำลังกายจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการนอนหลับได้มากขึ้นกว่าเดิม
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ โดยที่เราควรนอนขั้นต่ำ 7-9 ชั่วโมงต่อวัน

อย่างไรก็ตามอาการละเมอแชตเป็นหนึ่งในความผิดปกติ ที่ถึงแม้จะไม่ส่งผลกระทบร้ายแรงอะไร แต่ก็เป็นอาการที่ทำให้หลาย ๆ คนรู้สึกกังวลได้ ดังนั้นหากใครที่มีอาการเหล่านี้ สามารถเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจสอบ และหาวิธีการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะหากนาน ๆ ไปแล้วมีอาการร้ายแรงมากขึ้นกว่าเดิม อาจจะก่อให้เกิดอันตรายในขณะนอนหลับได้นั่นเอง เพราะฉะนั้นอาการนี้จึงเป็นอีกหนึ่งความผิดปกติที่ทุกคนไม่ควรมองข้าม

Related Post

สัญญาณเตือนโรคซึมเศร้า

สัญญาณเตือนโรคซึมเศร้าที่ไม่ควรมองข้าม: เข้าใจและรับมืออย่างทันท่วงทีสัญญาณเตือนโรคซึมเศร้าที่ไม่ควรมองข้าม: เข้าใจและรับมืออย่างทันท่วงที

ในโลกที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบและความกดดันทางสังคม โรคซึมเศร้า (Depression) ได้กลายเป็นปัญหาสุขภาพจิตที่ส่งผลกระทบต่อผู้คนจำนวนมาก อาการของโรคนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความรู้สึก “เศร้า” ชั่วคราว แต่เป็นภาวะทางการแพทย์ที่ต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างจริงจัง การรู้และเข้าใจถึง สัญญาณเตือนโรคซึมเศร้า ที่ซ่อนอยู่จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ที่จะช่วยให้เราสามารถเข้าถึงการรักษาที่เหมาะสมได้อย่างรวดเร็ว ความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์และจิตใจที่ต้องสังเกต สัญญาณเริ่มต้นของโรคซึมเศร้ามักจะแสดงออกมาในรูปของความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ที่คงอยู่ต่อเนื่องและส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของเรา สัญญาณเตือนที่แสดงออกทางร่างกายและพฤติกรรม นอกจากความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์แล้ว โรคซึมเศร้ายังแสดงออกผ่านอาการทางกายและพฤติกรรมที่ผิดปกติไปจากเดิมอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นสิ่งที่คนรอบข้างมักมองข้ามไป สัญญาณอันตราย: ความคิดเกี่ยวกับการตายหรือทำร้ายตนเอง นี่คือสัญญาณเตือนที่สำคัญที่สุดและเป็นอันตรายถึงชีวิตที่ต้องได้รับการช่วยเหลือเร่งด่วนที่สุด นั่นคือ ความคิดเกี่ยวกับการตายหรือการฆ่าตัวตาย ผู้ป่วยอาจพูดถึงความตาย การอยากจบชีวิต หรือการทำร้ายตัวเอง การรับฟังอย่างจริงจังและให้ความช่วยเหลือโดยทันทีเป็นสิ่งจำเป็น ห้ามละเลยหรือคิดว่าผู้ป่วยพูดไปเรื่อย เมื่อไหร่ที่ควรขอความช่วยเหลือ? หากพบว่าตนเองหรือคนใกล้ชิดมีอาการเหล่านี้อย่างน้อย

สิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพจิต

สิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพจิตที่คุณอาจไม่รู้ว่ามีสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพจิตที่คุณอาจไม่รู้ว่ามี

ในยุคที่ความเครียด ความวิตกกังวล และปัญหาสุขภาพจิตกำลังเพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก หลายคนอาจไม่ทราบว่าระบบสาธารณสุขของไทยมีสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพจิตที่ครอบคลุมและเข้าถึงได้ ทั้งในระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า ประกันสังคม และสวัสดิการข้าราชการ ซึ่งสิทธิเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการดูแลสุขภาพจิตได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายที่สูงเกินไป บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพจิตที่มีอยู่แล้วในระบบ แต่หลายคนอาจยังไม่ทราบ หรือไม่เคยใช้ประโยชน์จากสิทธิเหล่านี้อย่างเต็มที่ การปรึกษาจิตแพทย์และนักจิตวิทยาคลินิกฟรี หลายคนไม่ทราบว่าระบบประกันสุขภาพของไทยครอบคลุมการเข้ารับบริการปรึกษาจิตแพทย์และนักจิตวิทยาคลินิกโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ผู้มีสิทธิบัตรทอง (30 บาท) สามารถเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลตามสิทธิได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หากมีการส่งต่อจากโรงพยาบาลชุมชนไปยังโรงพยาบาลที่มีจิตแพทย์ประจำ ค่าใช้จ่ายก็จะถูกครอบคลุมเช่นกัน สำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม สามารถเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลตามสิทธิได้ฟรี และหากมีความจำเป็นต้องพบผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ก็สามารถขอใบส่งตัวเพื่อไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลอื่นได้ ข้าราชการและครอบครัวก็มีสิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาลด้านสุขภาพจิตได้เต็มจำนวนตามที่จ่ายจริง การรู้ถึงสิทธินี้จะช่วยให้ประชาชนกล้าที่จะเข้ารับบริการเมื่อรู้สึกว่ามีปัญหาสุขภาพจิต โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ยารักษาโรคทางจิตเวชที่อยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ ยารักษาโรคทางจิตเวชหลายชนิดถูกบรรจุอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ ซึ่งหมายความว่าผู้ป่วยสามารถรับยาเหล่านี้ได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายหรือเสียในราคาที่ต่ำมาก ยาในกลุ่มต้านเศร้า

Neck, upper back, and shoulder pain

วิธีบอกลาอาการปวดคอบ่าไหล่ที่อาการยอดฮิตที่ชาวออฟฟิศพบเจอ วิธีบอกลาอาการปวดคอบ่าไหล่ที่อาการยอดฮิตที่ชาวออฟฟิศพบเจอ 

ออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) กลุ่มอาการยอดฮิตที่พบเจอกันบ่อยในช่วงวัยทำงาน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ๆ ซึ่งเป็นการนั่งที่ผิด การก้มคอ การยกบ่าไหล่ การวางมือในการจับเมาท์ รวมไปถึงการใช้สายตาเป็นระยะเวลานาน ๆ ทำให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวน้อย และยังมีอาการเกร็งกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และอวัยวะต่าง ๆ โดยไม่รู้ตัว ส่งผลให้มีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อตามมาบริเวณคอ บ่า ไหล่ และหลังนั่นเอง  วิธีการรักษาโรคออฟฟิศซินโดรม ที่ทุกคนต้องรู้ วิธีรักษาแบบกายภาพบำบัด  วิธีรักษาด้วยการกายภาพบำบัดนั้น เป็นวิธีการรักษาขั้นเริ่มต้นของกระบวนการ ผู้ป่วยจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อตรวจรักษา และวินิจฉัยเพื่อให้ทราบสาเหตุ และความรุนแรงของอาการ