ออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) กลุ่มอาการยอดฮิตที่พบเจอกันบ่อยในช่วงวัยทำงาน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ๆ ซึ่งเป็นการนั่งที่ผิด การก้มคอ การยกบ่าไหล่ การวางมือในการจับเมาท์ รวมไปถึงการใช้สายตาเป็นระยะเวลานาน ๆ ทำให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวน้อย และยังมีอาการเกร็งกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และอวัยวะต่าง ๆ โดยไม่รู้ตัว ส่งผลให้มีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อตามมาบริเวณคอ บ่า ไหล่ และหลังนั่นเอง
วิธีการรักษาโรคออฟฟิศซินโดรม ที่ทุกคนต้องรู้
วิธีรักษาแบบกายภาพบำบัด
วิธีรักษาด้วยการกายภาพบำบัดนั้น เป็นวิธีการรักษาขั้นเริ่มต้นของกระบวนการ ผู้ป่วยจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อตรวจรักษา และวินิจฉัยเพื่อให้ทราบสาเหตุ และความรุนแรงของอาการ ซึ่งแพทย์จะวางแผนการรักษาที่เหมาะสม และควบคู่กับการดูแลสุขภาพอื่น ๆ ควบคู่กันไปด้วย โดยในกระบวนการรักษานั้นจะมุ่งเน้นไปที่การลดอาการปวดเมื่อย การเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ เพิ่มช่วงการเคลื่อนไหว เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันให้เหมาะสมเพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ ซึ่งในการรักษารูปแบบนี้นั้นผู้ป่วยจะต้องเข้ารับการรักษาแบบต่อเนื่อง เพื่อให้ร่างกายได้รับประสิทธิภาพจากการรักษาที่ดี และยั่งยืนมากที่สุด
วิธีการรักษาด้วยแผ่นประคบร้อน
วิธีการรักษาด้วยแผ่นประคบร้อน เป็นการใช้แผ่นความร้อนช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดภายใต้ผิวหนัง ลดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ ทำให้บริเวณที่ปวดเกร็งสามารถผ่อนคลายลงได้ แต่การรักษาชนิดนี้เป็นเพียงการรักษาแบบชั่วคราวเท่านั้น หากไม่ปรับพฤติกรรมการนั่ง หรือการทำงานเป็นเวลานาน ๆ ก็ไม่สามารถรักษาโรคออฟฟิศซินโดรมให้หายขาดได้
วิธีการรักษาด้วยอัลตราซาวด์บำบัด
อัลตราซาวด์บำบัด (Therapeutic Ultrasound) วิธีการรักษาด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง ส่งความร้อนให้ลึกลงไปใต้ผิวหนัง ลดอาการปวด ลดการอักเสบของกล้ามเนื้อ เพื่อความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ ช่วยในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ รวมไปถึงช่วยในการคลายตัวของการเกร็งตัวของกล้ามเนื้ออีกด้วย
วิธีการรักษาด้วยการนวดกายภาพบำบัด
การกายภาพด้วยมือนั้น เป็นการกายภาพเพื่อให้ร่างกายผ่อนคลาย และลดอาการปวดเมื่อย เพิ่มความยืดหยุ่นให้ร่างกาย โดยนักกายภาพบำบัดจะทำการยืดกล้ามเนื้อเพื่อลดความตึงของกล้ามเนื้อ ซึ่งจะช่วยในการลดปวด และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพช่วงข้อต่อให้สามารถเคลื่อนไหวได้ดียิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตามโรคออฟฟิศซินโดรมเป็นอาการที่ไม่ควรปล่อยเอาไว้นาน ๆ เพราะการปล่อยเอาไว้ หรือการไม่ยอมไปรักษาจะทำให้เกิดอาการอื่น ๆ ลุกลามตามมาในภายหลัง และอาจจะทำให้อาการดังกล่าวหายได้ยากยิ่งขึ้น จนกลายเป็นอาการเรื้อรังได้ในที่สุด เพราะฉะนั้นแล้วหากคุณกำลังพบกับอาการดังกล่าวก็ควรเข้าพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันที เพื่อให้คุณสามารถใช้ชีวิตได้อย่างไร้ข้อจำกัดใด ๆ
